What's happening?

Lost Bullet 2 แรงทะลุกระสุน 2

Lost Bullet 2 แรงทะลุกระสุน 2

Your rating: 0
6 1 vote

Synopsis

Lost Bullet 2 แรงทะลุกระสุน 2

หนังแอ็กชั่น Original ดูหนังบู๊ จากฝรั่งเศส ที่มีฉากขับรถไล่ชนกันเป็นจุดขาย แล้วได้ดาราสตันท์ตัวจริง Alban Lenoir พระเอกรูปไม่หล่อ แต่ฝีมือสตันท์กินขาด เป็นสตันท์ในหนังแอ็กชั่นดังมาหลายเรื่องแล้วอย่าง Taken ภาคแรก ซึ่งตัวเขาเองก็เป็นผู้เขียนบทหนังเรื่องนี้เองด้วย หนังฟรี ในเรื่องนี้ก็รับหน้าที่ทั้งนักแสดง  สตันท์ และแก้ไขบทไปพร้อมกัน เพื่อให้มันเข้ากับการโชว์คิวบู๊ของเรื่องที่เขาร่วมออกแบบเองไปด้วย แต่หน้าที่ผู้กำกับกับเขียนบทยังเป็นของ Guillaume Pierret ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคนี้ และก็น่าจะตั้งใจทำภาคต่อล่วงหน้าไปด้วยเลย อาจจะยาวๆ ด้วยถ้ากระแสตอบรับจาก ดูหนังออนไลน์ Netflix ยังค่อนข้างดีอยู่แบบนี้

Lost Bullet 2 แรงทะลุกระสุน 2

ภาพยนตร์ฝรั่งเศสแอคชั่นปี 2022 ดูหนังฟรี ที่ตำรวจจอมโกงพยายามแก้แค้นชายที่ฆ่าพี่ชายของเขา มันเป็นภาคต่อของ Lost Bullet ในปี 2020 พบกับความรุนแรงในภาพยนตร์แอคชั่นมากมาย รวมถึงการต่อสู้ด้วยอาวุธและเครื่องมือต่างๆ มากมาย การต่อย การเตะ ชายคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตด้วยปืนไรเฟิลในระยะประชิด การต่อสู้ด้วยมือเปล่าส่งผลให้กระดูกหักและหัก มีภาพโคลสอัพของชายคนหนึ่งที่มีบาดแผลฉกรรจ์และใบหน้าเปื้อนเลือด ศพ. บุกรุกบ้าน. นอกจากนี้ยังมีการไล่ล่ายานพาหนะมากมาย รวมถึงฉากที่รถพลิกและระเบิด ภาษาที่รุนแรงตลอด

Lost Bullet 2  แรงทะลุกระสุน 2

Alban Lenoir พระเอกรูปไม่หล่อ แต่ฝีมือสตันท์กินขาด เป็นสตันท์ในหนังแอ็กชั่นดังมาหลายเรื่องแล้วอย่าง Taken ภาคแรก

ซึ่งตัวเขาเองก็เป็นผู้เขียนบทหนังเรื่องนี้เองด้วย ในเรื่องนี้ก็รับหน้าที่ทั้งนักแสดง สตันท์ และแก้ไขบทไปพร้อมกัน เพื่อให้มันเข้ากับการโชว์คิวบู๊ของเรื่องที่เขาร่วมออกแบบเองไปด้วย แต่หน้าที่ผู้กำกับกับเขียนบทยังเป็นของ Guillaume Pierret ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคนี้ และก็น่าจะตั้งใจทำภาคต่อล่วงหน้าไปด้วยเลย อาจจะยาวๆ ด้วยถ้ากระแสตอบรับจาก Netflix ยังค่อนข้างดีอยู่แบบนี้

เนื้อเรื่องภาคนี้ยังต่อเนื่องจากตอนจบของภาคแรกแบบต่อกันเลย จนเรียกว่าจะเป็นแนวการทำซีรีส์เลยก็ได้ เพราะลักษณะของบทหนังในเรื่องนี้ถูกวางไว้ให้เนื้อเรื่องคืบหน้าไปไม่มาก แต่ไปเน้นการลงรายละเอียดในช่วงเวลาสั้นๆ ทั้งบทบาทดราม่าความแค้นของเรื่องที่พระเอกสูญเสียน้องชายไปในภาคแรก กับหาทางยัดบทคิวบู๊ต่างๆ ลงไปในช่วงเนื้อเรื่องกับเวลาที่ค่อนข้างจำกัดเอามากๆ

ใน LOST BULLET 2 ลีโน (อัลบัน เลอนัวร์) เป็นตำรวจที่ลางานหลังจากปฏิบัติการนอกเครื่องแบบนำไปสู่การฆาตกรรมพี่ชายของเขา แทนที่จะพักฟื้น Lino อาศัยอยู่ในรถของเขาและดูแลให้ Stella ภรรยาม่ายของพี่ชายของเขาปลอดภัยจากอาชญากรที่ฆ่าสามีของเธอ หลังจากหยุดการบุกรุกบ้านของสเตลล่า

Lost Bullet 2  แรงทะลุกระสุน 2

ไม่นานลิโนก็ได้ค้นพบเรื่องน่าตกใจ ชายผู้ฆ่ามาร์โก (เซบาสเตียน เลเลน) น้องชายของเขาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของตำรวจโดยหัวหน้าของเขาในฐานะผู้แจ้งเบาะแสอาชญากรรม ลิโนพบว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และทำให้อาชีพของเขาต้องตกอยู่ในอันตรายด้วยการลักพาตัวมาร์โกโดยมีแผนจะพาเขาข้ามพรมแดนไปยังสเปนเพื่อรับความยุติธรรมที่เขาสมควรได้รับจากเจ้าหน้าที่ที่นั่น ตอนนี้ จูเลีย อดีตคู่หูของเขา (สเตฟาย เซลมา) กำลังตามล่าลิโน และเป็นการไล่ล่าอย่างสิ้นหวังจนถึงชายแดน

ภาคต่อของ Lost Bullet ภาคแรก

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคต่อของ Lost Bullet (แรงทะลุกระสุน) ภาคแรกที่ออกฉายในปี 2020 ซึ่งในภาคนี้จะเล่าเรื่องต่อจากภาคแรกแบบติดๆ หลังจากที่พระเอกของเราอย่าง Lino (รับบทโดย Alban Lenoir) ได้หารถที่เป็นหลักฐานกลับมาได้สำเร็จ แต่พระเอกยังคงค้างคาใจเพราะตัวการที่ฆ่าเพื่อน และน้องชายของเขายังคงหนีไปได้

เขาจึงทุ่มเททุกอย่างเพื่อตมจับตัวมัน หลังจากผ่านไป 6 เดือน Julia (รับบทโดย Stefi Celma) ก็ได้มาชวนเขาให้กลับเข้าหน่วยไล่ล่าพวกค้ายาอีกครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่ง Lino ได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว Marco (รับบทโดย Sébastien Lalanne) คนที่ปลิดชีพน้องชายเขาในภาคแรกนั้นไม่ได้หายตัวไป แต่เขาถูกตำรวจกันไว้เป็นพยาน

Lost Bullet 2  แรงทะลุกระสุน 2

ซึ่งไม่มีใครบอกเขาเพราะกลัวเขาแค้นและเกิดฆ่า Marco และก็เป็นไปตามนั้น เมื่อ Lino ได้รู้ความจริงว่าตำรวจไม่ลงโทษ Marco เพราะอยากให้เป็นพยาน งานนี้ Lino จึงพยายามที่จะชิงตัวของ Marco มาเพื่อส่งให้กับเพื่อนเขาที่เป็นตำรวจของสเปนที่อยากเอาตัว Marco มารับโทษ เพราะจุดประสงค์หลักของ Lino คืออยากให้ Marco ได้รับผลกรรมจากสิ่งที่ทำ งานนี้เขาจึงต้องเจอศึกหนักและเกิดการแย่งตัวประกันจากหลายฝ่าย สุดท้ายแล้วเรื่องราวทั้งหมดจะลงเอยอย่างไร ทุกคนคงต้องไปรับชมด้วยตาตัวเอง

เนื้อเรื่องภาคนี้ยังต่อเนื่องจากตอนจบของภาคแรกแบบต่อกันเลย จนเรียกว่าจะเป็นแนวการทำซีรีส์เลยก็ได้ เพราะลักษณะของบทหนังในเรื่องนี้ถูกวางไว้ให้เนื้อเรื่องคืบหน้าไปไม่มาก แต่ไปเน้นการลงรายละเอียดในช่วงเวลาสั้นๆ ทั้งบทบาทดราม่าความแค้นของเรื่องที่พระเอกสูญเสียน้องชายไปในภาคแรก กับหาทางยัดบทคิวบู๊ต่างๆ ลงไปในช่วงเนื้อเรื่องกับเวลาที่ค่อนข้างจำกัดเอามากๆ

เรื่องหลักเป็นแค่หนึ่งในตัวร้ายภาคก่อนที่ยังไม่ตายในตอนจบหายตัวไป ซึ่งก็เกิดจากคนในทีมพระเอกปกปิดความจริงและต้องการกันเขาไว้เป็นพยาน ซึ่งพอพระเอกรู้เรื่องนี้เข้าก็กลายมาเป็นการไล่ล่ากันในหน่วยกับพระเอกที่พยายามส่งตัวผู้ร้ายรายนี้ข้มแดนไปยังสเปนให้ได้ ซึ่งตัวเรื่องเนื้อหาหลักจริงๆ มีแค่กระจึ๋งเดียวเองจริงๆ

เหมือนเป็นซีรีส์ตอนเดียวจบก็ได้ แล้วตอนจบก็เปิดตัวร้ายที่เหลือไว้ให้ทำต่ออีกแบบดูแล้วมีความเป็นไปได้ที่อาจจะไม่ใช่แค่จบใน 3 ภาคด้วย เพราะตัวเรื่องเริ่มมีการขยายขอบเขตตัวร้ายในเรื่องให้มีผู้บงการลึกๆ ขึ้นไปอีก แต่ทั้งนี้เราก็เข้าใจได้ว่านี่เป็นหนังที่ทุนไม่สูงมากที่พยายามใส่ฉากแอ็กชั่นมาเป็นจุดขาย เนื้อเรื่องจริงๆ ผู้ชมก็อาจจะไม่ได้สนใจมากเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าบทของการดำเนินหน้าเรี่องราวภาคนี้ก็ไม่ขี้เหร่เลย บทไม่ได้มีความลึกหรือหักมุมอะไร แทบจะเป็นเส้นตรงง่ายๆ แต่ตัวดีเทลเล็กๆ ในเรื่องก็มีอะไรที่ทำได้ค่อนข้างน่าสนใจ อย่างความแค้นของพระเอกจะดับได้ตามแนวทางผู้รักษากฎหมาย หรือพระเอกจะกลับกลายเป็นอาชญากรแบบเดิมอีกครั้ง

สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ส่วนตัวเพิ่งจะรู้จักและเพิ่งเคยดู เห็นภาค 2 ออกมาก็เลยย้อนไปดูตั้งแต่ภาคแรกและลากยาวมาต่อภาค 2 เลย บอกตามตรงว่าภาคแรกผมก็รู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แล้ว แต่ยังดีที่มีบางอย่างทำได้ดีเช่นฉากแอ็กชันบางฉากบวกกับปมเนื้อเรื่องที่พอดูได้ พอมาภาคนี้นี่ความรู้สึกคือไม่ชอบเลย

ภาคแรกที่ไม่ค่อยจะสู้ดีแล้วพอมาภาค 2 คือแย่กว่าเดิมเสียอีก เรื่องราวก็แทบจะไม่มีอะไร เน้นการขับรถไล่ล่าอย่างเดียว ซึ่งไอจุดขายที่เป็นฉากรถไล่ล่าก็ยังทำมาได้เฉยๆ อีก แทบไม่มีอะไรให้จดจำเลย แถมเรื่องราวยังไม่จบดีด้วยนะมีแววว่าจะสร้างภาค 3 ต่ออีกเพราะตัวการใหญ่ยังไม่โดนจับเลย

บทของภาค 2 นี้ไม่มีอะไรน่าดึงดูดเลย ทั้งเรื่องไม่มีอะไรนอกจากแย่งตัวประกันเพราะพระเอกอยากเอาไปส่งให้ตำรวจสเปนเพื่อรับโทษ เพราะตำรวจฝรั่งเศสไม่ยอมทำอะไรมากเนื่องจากอยากให้เป็นพยานเพื่อสืบคดีต่อ

คือทั้งเรื่องมันวุ่นวายกันเพราะความเอาแต่ใจและความแค้นแบบไม่ลืมหูลืมตาของพระเอกล้วนๆ จุดขายมีแค่กันชนไฟฟ้าที่ดูจะพยายามนำเสนอมากๆ คือบอกตามตรงว่าจำได้แค่กันชนไฟฟ้าเนี่ยแหละ นอกนั้นคือจืดชืดไปซะหมดส่วนในด้านการแสดงก็มาตรฐานเดิมจากภาคแรกเลย ส่วนตัวมองว่าการแสดงยังแข็งๆ ไปบ้างบางที ให้อารมณ์แบบหนังทุนต่ำแต่ก็พอดูได้ไม่ได้แย่อะไรมากมาย

ภาคต่อที่ไทม์ไลน์ไม่ห่างกันมาก

เป็นภาคต่อที่ต่อเนื่องจริงๆ อารมณ์เหมือนหนังเรื่องเดียวที่ไทม์ไลน์ห่างกันเพียง 6 เดือน (หรืออาจจะน้อยกว่านั้น) และเพื่อความต่อเนื่องของอารมณ์ ผมแนะนำให้ดูทั้งสองภาคต่อกัน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน รวมๆ แล้วประมาณภาคละ 1 ชั่วโมง 30 นิดๆ เพราะโดยส่วนตัวผมแล้ว ระยะสองปีของหนังทั้งสองกทำให้หลงลืมรายละเอียดบางส่วนไปบ้างจนเสียอารมณ์เล็กน้อย

ส่วนแรกที่อยากพูดถึงคือเนื้อเรื่องของหนัง แบบว่า… มันเป็นหนังแห่งความเร็ว ซึ่งผมไม่ได้หมายถึงแค่การแข่งรถไล่กวดกัน แต่หมายถึงการดำเนินเรื่องด้วย แต่ละฉากผ่านไปโคตรไว ไวจนไม่มีเวลาศึกษาตัวละครมากเท่าที่ควร อันที่จริงตัวละครเหล่านี้ มีอยู่แล้วในภาคแรก เพียงแต่มันมีหลายมุมที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับพวกเขา และนั่นคือสิ่งที่เป็นข้อเสียที่เราเห็นได้ชัดจากทั้งสองภาค ซึ่งหากจะมองในแง่ดี อย่างน้อยๆ มันก็ไม่ร่ำไรรำพันจนเกินไป และมีเวลาให้เราดูฉากแอ็กชันมากขึ้น


สำหรับฉากแอ็กชันที่เป็นจุดขายของหนัง ถือว่าทำได้ดี แม้จะไม่ยิ่งใหญ่อลังการเหมือน Fast & Furious แต่มีความสร้างสรรค์ไม่แพ้กันเลย เราได้เห็นรถยนต์ของ Lino ที่ดัดแปลงให้เป็นเครื่องช็อตไฟฟ้าขนาดยักษ์ ถ้างบประมาณเยอะกว่านี้ผมว่า… จะมีอะไรแปลกใหม่ให้เห็นเรามากกว่านี้แน่ๆ ส่วนฉากต่อสู้ด้วยมือเปล่า เป็นฉากที่ผมชอบที่สุด มันช่างสมจริง ดุเดือด และเข้ากับนิสัยของพระเอกที่เป็นคนอารมณ์รุนแรงได้ดี น่าเสียดายที่มีน้อยเกินไป หากให้ผมคิดสัดส่วนเล่นๆ ก็จะประมาณว่า ฉากขับรถ 60% ฉากต่อสู้ 20% และเนื้อเรื่อง 20%

ตัวคิวบู้ในเรื่องยังทำได้ดี การยัดเยียดบทให้มีฉากบู้แบบไม่สมเหตุผลในภาคแรกน้อยลง การมีของฉากเหล่านี้สมูธขึ้น แล้วก็โหดแบบสะใจใช้ได้เลยอย่างฉากพระเอกเล่นงานโจรคืนแบบเอาถึงตาย ส่วนฉากรถซิ่งแบบเดธเรชในภาคนี้ถูกอัพเกรดขึ้นจากรถพุ่งชนแบบเดิมให้กลายเป็นรถที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงวิ่งไล่ช็อตรถผู้ร้ายได้ ซึ่งก็ดูโม้ๆ อยู่

Lost Bullet 2 แรงทะลุกระสุน 2

แต่ตัวเรื่องก็พยายามทำให้ดูเป็นไปได้จริง โดยรถมีการออกแบบสายไฟส่งกำลังแรงสูงไว้ด้านหน้า แล้วให้พระเอกขับพุ่งเสียบ+ช็อตให้ระเบิดตูมตามสะใจในช่วงท้าย แต่ตัวเรื่องก็ไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีฉากขับรถไล่ล่าและฉากบู๊ตัวๆ ปิดท้ายเรื่องราวได้สนุกเลย โดยที่ไม่ได้เน้นแค่พระเอก แต่ยังมีคู่หูพระเอกที่เป็นผู้หญิงมาเล่นฉากบู๊โหดๆ เพิ่มขึ้นด้วย

ในด้านงานสร้างและโปรดักชั่น ส่วนนี้ต้องยอมรับว่าทำได้ดีใช้ได้ แม้ว่ามันจะเวอร์เกินจริงไปเยอะแต่มันก็ซะใจดี กันชนประเอกนี่ทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อ คือชนแต่ละทีนี่ระเบิดกันตู้มต้าม ซึ่งหากใครชอบแอ็กชันหนักๆ

แบบนี้ก็น่าจะพอดูได้ ในด้านงานภาพก็ถือว่าทำได้ดี ถ่ายทำดี มุมกล้องต่างๆ ก็โอเค สรุปโดยรวมเลยคือเป็นหนังแอ็คั่นธรรมดาที่ส่วนตัวไม่ค่อยถูกจริตผมเสียเท่าไหร่ หนังไปไม่สุดซักทางทั้งด้านเนื้อเรื่อง อารมณ์ และซีนแอ็กชัน อย่างไรก็ตาม การรีวิวนี้เป็นเพียงความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น ดังนั้น อย่าเชื่อทั้งหมดที่ผมรีวิว เพราะแม้ว่าผมจะไม่ชอบแต่คุณอาจจะชอบหนังเรื่องนี้ก็ได้ คนเราความชอบแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดคือทุกคนต้องไปตัดสินด้วยตาตัวเอง

Director

Director

Cast

Similar titles

Unleashed (2020) ปลดปล่อย
ขุนแผน ฟ้าฟื้น
ฉลาดเกมส์โกง
นายทองดีฟันขาว
The Do-Over (2016) เพื่อนซี้ ตัวซวย
The Spirit (2008) ฮีโร่หน้ากากดำพันธุ์มหากาฬ
WIND RIVER (2017) ล่าเดือดเลือดเย็น
Willow (1988) วิลโลว์ ศึกแม่มดมหัศจรรย์
Monster Hunter (2020) มอนสเตอร์ ฮันเตอร์
Teefa in Trouble ( หัวใจโก๋สั่งลุย )
Get the Grift (2021) ครอบครัวจอมตุ๋น
The Interview (2014) บ่มแผนบ้าไปฆ่าผู้นำ

Leave a comment