What's happening?

Triangle of Sadness มันยอร์ชมาก

Triangle of Sadness มันยอร์ชมาก

Your rating: 0
7 1 vote

Synopsis

Triangle of Sadness มันยอร์ชมาก

คาร์ล กับ ญาญ่า กำลังสำรวจโลกแห่งวงการแฟชั่นไปพร้อม ๆ ดูหนังฝรั่ง กับขอบเขตความสัมพันธ์ของพวกเขาเอง ทั้งคู่ได้รับเชิญให้ลงเรือลำหรู หนังฟรี ที่เต็มไปด้วยผู้โดยสารระดับไฮคลาสและทรงอิทธิพลมากมาย เมื่อเรือแล่นออกสู่ท้องทะเล

ก็ดูเหมือนว่าพายุกำลังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ดูหนังออนไลน์ คลื่นลมทะเลทำให้คนทั้งลำเรือมีอาการเมาคลื่น และกระทบต่อมื้ออาหารค่ำ ทำให้กัปตันสั่งให้ปิดฉากโปรแกรมท่องเรือครั้งนี้ ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะพบว่าถูกทิ้งเอาไว้บนเกาะร้างที่เต็มไปด้วยมหาเศรษฐีกับบริกรอีกหนึ่งคน และดูเหมือนว่าสถานการณ์ต่าง ๆ พลิกไปอีกขั้วทันที เพาะดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงบริกรเพียงคนเดียวเท่านั้น ดูหนังฟรี ที่รู้จักวิธีจับปลาและเอาตัวรอดจากวิกฤตติดเกาะครั้งนี้ เจ้าของ “รางวัลชนะเลิศปาล์มทอง” ประจำปีนี้ ผลงานของ รูเบน ออสต์ลุนด์ (ผู้กำกับชาวสวีดิชที่เคยคว้าปาล์มทองมาแล้วกับหนัง The Square

หนังเป็นเจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2022

เมื่อปี 2017) หนังตลกร้ายเรื่องนี้ เล่าถึงเรือสำราญที่เกิดอับปางกะทันหัน จนทำให้ผู้โดยสารอันประกอบไปด้วยไฮโซและเหล่าเซเลบริตี้ ต้องหาทางเอาตัวรอดอยู่บนเกาะอันห่างไกลอย่างทุลักทุเล Triangle of Sadness ได้รับเสียงปรบมือหลังจบรอบปฐมทัศน์ยาวนานถึง 8 นาทีเต็ม คนส่วนใหญ่กล่าวชมว่ามันเป็นหนังตลกที่ฉลาด คาดไม่ถึง และเขียนบทพลิกแพลงได้เก่งสุดๆ แน่นอน มันกลายเป็นหนังที่กรรมการทุกคนรัก จนถึงขั้นยกให้เป็นหนังชนะเลิศที่ 1 ของเทศกาลปีนี้

Triagle of Sadness มันยอร์ชมาก

หนังเป็นเจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2022 เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา “Triangle of Sadness  ผลงานล่าสุดของผู้กำกับอันมีสไตล์ “รูเบน ออสต์ลุนด์” ที่ยังกลับมาพร้อมลูกเล่นอันแพรวพราวกับประเด็นที่ส่อเสียดและเสียดสีสังคมได้อย่างบรรลัยและบันเทิงใจ ไม่แปลกใจนักที่หนังเรื่องนี้ได้ติดเข้าเป็น Top 10 ในลิสต์หนังที่ประทับใจในปีนี้ไปอีกหนึ่งเรื่อง

Triangle of Sadness มันยอร์ชมาก

เรื่องราวของ คาร์ล กับ ญาญ่า หนุ่มสาวที่กำลังสำรวจโลกแห่งวงการแฟชั่นไปพร้อม ๆ กับขอบเขตความสัมพันธ์ของพวกเขาเอง ทั้งคู่ได้รับเชิญให้ลงเรือลำหรู ที่เต็มไปด้วยผู้โดยสารระดับไฮคลาสและทรงอิทธิพลมากมาย เมื่อเรือแล่นออกสู่ท้องทะเล ก็ดูเหมือนว่าพายุกำลังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น คลื่นลมทะเลทำให้คนทั้งลำเรือมีอาการเมาคลื่น และกระทบต่อมื้ออาหารค่ำ ทำให้กัปตันสั่งให้ปิดฉากโปรแกรมท่องเรือครั้งนี้

แต่ปรากฏว่าเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาทั้งคู่จะพบว่าถูกทิ้งเอาไว้บนเกาะร้างที่เต็มไปด้วยมหาเศรษฐีกับบริกรอีกหนึ่งคน ซึ่งดูเหมือนว่าสถานการณ์ต่าง ๆ พลิกไปอีกขั้วทันที เพาะดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงบริกรเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่รู้จักวิธีจับปลาและเอาตัวรอดจากวิกฤตติดเกาะครั้งนี้ พวกเขาจะสามารถเขาตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤตครั้งสำคัญแห่งชีวิตครั้งนี้ได้อย่างไรกัน

Triagle of Sadness มันยอร์ชมาก

ผู้กำกับ รูเบน ออสต์ลุนด์

เอาเป็นว่าแค่เห็นชื่อผู้กำกับ รูเบน ออสต์ลุนด์ คุณน่าจะต้องตั้งแง่กับผลงานของเขาก่อนแล้วแน่ ๆ เพราะเขาจัดได้ว่าเป็นนักสร้างหนังสายเทศกาลเป็นส่วนใหญ่ แต่ผลงานที่ผ่าน ๆ มาของเขา อย่าง The Square หรือ Force Majeure ต่างก็เป็นที่ประจักษ์ระดับนานาชาติด้วยกันทั้งสิ้น และครั้งนี้เขาก็ยังกลับมาทั้งกำกับและเขียนบทหนังเองเช่นเคย พร้อมกับการใส่ลูกเล่นประเด็นส่อเสียดสังคมที่เป็นสไตล์และเสน่ห์จากปลายปากกาของเขาเอาไว้ในเรื่องนี้ ที่น่าประหลาดใจเหมือนกันที่ Triangle of Sadness มันกลายเป็นหนังที่ย่อยได้ง่ายมาก

ความสตรองของ Triangle of Sadness มีอยู่หลายจุดด้วยกัน ที่โดดเด่นสุด ๆ ก็คงจะเป็นบทหนังและไดอะล็อกของหนังที่คมคายและเพลินอรรถรสดีมาก นี่คือหนังความยาว 2 ชั่วโมงกว่าที่ทำให้คนดูสนุกไปกับเนื้อหาแปล่ง ๆ รสชาติประหลาด ๆ ที่ผู้สร้างเสิร์ฟมาให้ ท่ามกลางบรรยากาศโคลงเคลงไม่ต่างกับสถานการณ์เรือยอร์ชกลางพายุแบบในหนัง มันทั้งสนุกและมันก็ประหลาดไปคราวเดียวกัน เป็นการใส่อารมณ์ที่เต็มที่และจัดให้สุดทางแบบที่ควรจะเป็นเช่นนั้น

อาจจะต้องสารภาพกับคุณผู้อ่านตรง ๆ ว่า ไม่สามารถทันเก็บรายละเอียดทุกเม็ดใน Triangle of Sadness ได้ทั้งหมด เพราะดันมัวไปเพลินใจกับมุกอันแสนทะเยอทะยานของหนัง ที่มีบางจุดที่หลอกหลายให้เคลิ้มไปบ้าง แต่ก็ต้องยกนิ้วโป้งให้เลยว่า หนังเรื่องนี้มีบทและประเด็นที่แข็งแรง อีกทั้งยังได้ปริบทในการเล่าเรื่องที่แสนจะหรรษากับการส่อเสียดสังคมได้บันเทิง ตั้งแต่ซีนแรกของเรื่องยาวไปจนถึงซีนสุดท้ายของหนัง

Triagle of Sadness มันยอร์ชมาก

Triangle of Sadness แบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 3 องก์หลัก ๆ ที่ล้วนแต่สอดแทรกประเด็นเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ และทุกองก์ก็ได้หยิบยกประเด็นของความเท่าเทียมกัน หรือ Equal มาพูดทั้งสิ้น องค์แรกที่เน้นไปที่คู่พระนางวัยหนุ่มสาวที่กำลังอยู่ในช่วงวัยค้นหาตัวเองและหาเงินสร้างชีวิตของพวกเขาเอง เป็นองก์ที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่แสบสันต์พอให้เกิดรอยถลอกได้อยู่ ก่อนมาในองก์ที่ 2 อยู่บนเรือยอร์ชสุดหรรษา ที่องก์นี้จัดเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างสุดโต่ง ทุกอย่างสื่อได้ถึงการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน และล้อเลียนพฤติกรรมพวกคนรวย-คนมีเงินได้อย่างทะเยอทะยาน

การเล่าเรื่องออกเป็น 3 องก์หลัก ๆ ที่ล้วนแต่สอดแทรกประเด็นเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ

ขณะที่องก์ที่ 3 ที่เป็นองก์สุดท้ายของหนัง นับว่าเป็นจุดเปลี่ยน (game changer) สถานการณ์ต่าง ๆ เปลี่ยนผันไปหมด แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งประเด็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมฉาบหน้าหนังเอาไว้เช่นเดิม และที่สะใจไปยิ่งกว่านั้นคือพล็อตหักมุมของหนัง ที่น่าตกใจพอ ๆ กับสไตล์หนังของ เอ็ม.ไนท์ ชยามาลาน อะไรทำนองนั้น ไปได้สุดทางและจี้อารมณ์ได้สุดขั้น โดยเฉพาะการเลือกที่จะทิ้งคำปลายเปิดเอาไว้เป็นฉากจบของหนังเช่นนั้น เป็นหนึ่งในซีนที่ทำให้ประเด็นมาก ๆ ทีเดียว

ฝั่งการแสดงของทีมนักแสดงใน Triangle of Sadness คืออยากลุกปรบมือให้เลย หนังไม่ได้แค่โฟกัสที่ 2 แคสติ้งหลัก อย่าง “แฮร์ริส ดิกคินสัน” กับ “ชาร์ลบิ ดีน เครียก” เท่านั้น ถือว่าหนังเรื่องนี้ได้สร้าง equal ให้กับนักแสดงคนอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสมที่เดียว เพราะนักแสดงสมทบเล็ก ๆ น้อย ๆ คนอื่นล้วนมีซีนที่โดดเด่นและน่าจดจำเป็นของตัวเองทั้งนั้น น่าทึ่งที่ทุก ๆ ตัวละครต่างมีมิติและความคิดแบบฉบับตัวเอง ตามจุดยืนและบริบทของสังคมในจุดนั้น ๆ

แฮร์ริส ดิกคินสัน มีเสน่ห์และเห็นถึงพัฒนาการของหนุ่มคนนี้เยอะขึ้นมาก ๆ เราเคยเห็นเขาตั้งแต่เดบิวต์เล่นหนังเรื่องแรก ๆ บัดนี้เรารู้สึกเขามีประสบการณ์ที่มากขึ้น และมองเห็นถึงศักยภาพของเขาในอนาคตที่น่าจะขึ้นเป็นนักแสดงแถวหน้าคนต่อไปของวงการได้ไม่ยากเลย ขอแค่เพียงมีโอกาสและจังหวะที่เหมาะสมกับเขา เขาคือเพชรที่พร้อมที่จะเจิดจรัสจริง ๆ ขณะที่ ชาร์ลบิ ดีน เครียก ที่เรื่องนี้กลายเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของเธอ เพราะเพิ่งจะเสียชีวิตจากอาการป่วยก่อนที่จะได้ออกฉายทั่วโลกไม่นาน บอกเลยว่า..น่าเสียดายมาก

ชาร์ลบิ ดีน เครียก ให้การแสดงที่น่าค้นหาอยู่ไม่น้อย แม้ว่าประสบการณ์อาจจะยังไม่มาก แต่จากหนังเรื่องนี้น่าจะกลายเป็นลู่ทางให้เธอได้ต่อยอดไปสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้ไม่น้อย ถือว่าเป็นหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง เพียงแต่ตอนนี้เธอไม่มีโอกาสได้สานต่อมันอีกแล้ว และอีกคนคือ “วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน” ที่มากน้อยแต่บรรลัยมากจริง ๆ คนนี้ ไม่ต้องสาธยายเกี่ยวกับความเป็นมืออาชีพของเขา โผล่ออกมาแค่ 1 ใน 4 ส่วนของเรื่องเท่านั้น แต่ก็สร้างอิทธิพลเอาไว้ได้ทรงพลังไม่เบา

อาจจะบอกได้ว่าเป็นหนังจากเมืองคานส์เรื่องแรกเลยด้วยซ้ำ ที่สามารถสร้างความบันเทิงระหว่างการดูตลอดทั้งเรื่องได้เช่นนี้ นี่คือหนังเสียดสีสังคมที่แสบสันต์แบบจี๊ดได้เรื่องอีกเรื่องหนึ่ง แม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นหนังสายรางวัล แต่เรากล้าพูดได้เลยว่า…มันสนุก และมันดูง่าย ย่อยง่าย กว่าที่คุณคิดมาก เพราะกะจะเข้าไปตั้งรับกับการดูหนังแบบตีความ แต่สิ่งที่ได้กลับออกมานั้นคือความบันเทิงล้วน ๆ

ในระหว่างดำเนินเรื่อง ตัวหนังจะจิกกัดตั้งแต่ประเด็นแฟชั่น เรื่องเพศ สังคม ชนชั้น ฐานะ ความรวยความจน ทุนนิยม การปกครอง ที่ไม่ต้องตีความอะไรเท่าไหร่เลย จิกกัดกันอย่างตรงไปตรงมา และเรียกเสียงฮาได้อย่างดี บางฉากนี่ขยี้ซะบ้าบอคอแตกสุด ๆ มีหลายฉากที่เราชอบมาก ไม่ว่าจะเป็นฉากต้นเรื่องกับการมาคัดตัวนายแบบ, ฉากเถียงกันเรื่องใครจ่ายค่าอาหาร, ฉากคนสองขั้วมาพ่นคำคมแนวคิดของตัวเอง, ฉากสุดวายป่วงคืนพายุ หรือการสลับขั้วอำนาจในองค์ 3 แต่ก็ยอมรับว่าไหนบางทีตัวหนังก็มีความเอื่อย อาจเพราะก็ไม่ใช่ทุกฉากที่เราจะเข้าใจด้วย จริง ๆ หนังก็เป็นแนวสนทนาพาไปเสียส่วนมากอยู่แล้ว

Triangle of Sadness มันยอร์ชมาก

ทางด้านนักแสดงแต่ละคนมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน และรับผิดชอบบทบาทของตัวเองกันได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีบางตัวละครเสียดายที่ออกมาไม่มากก็ตาม แต่มีคาแรคเตอร์เด่น ๆ ที่ขโมยซีนคือ Dolly De Leon กับตัวละครแม่บ้านอันน่าจดจำ

สรุปแล้ว Triagle of Sadness เป็นหนังที่จิกกัดหลายด้านที่เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย แน่นอนคุณอาจไม่ได้เข้าใจทั้งหมด แต่มันเรียกเสียงหัวเราะได้ดีเลยทีเดียว หากใครไม่เคยลิ้มลองผลงานของ Ruben Östlund นี่ถือเป็นเรื่องที่น่าลอง และอาจจะพาให้คุณตามไปเก็บผลงานอื่นของเขาด้วยก็เป็นได้

Director

Director

Cast

Similar titles

One Take (2020) สารคดี BNK48
Chucky 1 แค้นฝังหุ่น ภาค 1
eXistenZ (1999) เกมมิติทะลุนรก
Transformers: Dark of the Moon (2011) ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส 3
Pound of Flesh มหาประลัยทวงเดือด
Amelie สาวน้อยหัวใจสะดุดรัก
Sunny Tsuyoi Kimochi Tsuyoi Ai (2018) วันนั้น วันนี้ เพื่อนกันตลอดไป
Manhattan Night คืนร้อนซ่อนเงื่อน
I Feel Pretty ( ฉันสวย ฉันมั่น ฉันคิดบวก )
Cats & Dogs (2001) สงครามพยัคฆ์ร้ายขนปุย ภาค 1
Stepmom สองสายใยหนึ่งนิรันดร์
Practical Magic (1998) สองสาวพลังรักเมจิก

Leave a comment