What's happening?

Falling For Christmas ตกหลุมรักวันคริสต์มาส

Falling For Christmas ตกหลุมรักวันคริสต์มาส

Your rating: 0
6 1 vote

Synopsis

Falling For Christmas ตกหลุมรักวันคริสต์มาส

ห่างหายจากจอไป 9 ปีเต็มในที่สุด ลินด์เซย์ โลแฮน (Lindsay Lohan) ก็ได้กลับมารับบทนำในหนังโรแมนติกใส ๆ แถมรับกับเทศกาลวันคริสต์มาสอย่าง หนังฟรี ‘Falling for Christmas’ ซึ่งจะว่าไปหนังแนวโรแมนติก คอมเมดี้แบบนี้ก็เป็นแนวหนังที่แจ้งเกิดให้โลแฮนมาก่อนจะประสบมรสุมชีวิตและต้องไปเปลืองตัวเล่นหนังอีโรติกให้นักวิจารณ์รุมสับจนเธอต้องอัปเปหิตัวเองออกนอกวงการไปอย่างน่าเสียดาย และบทพิสูจน์การคัมแบ็กคราวนี้ก็ไม่ขี้เหร่เลยเพราะหนังสามารถก้าวเข้าสู่อันดับที่ 3 ภาพยนตร์ยอดนิยมบน ดูหนังโรแมนติก ได้อีกด้วย

Falling For Christmas ตกหลุมรักวันคริสต์มาส

ภาพยนตร์คอเมดี้โรแมนติกที่จะมาเติมเต็มคริสต์มาสนี้ให้มีแต่ความอบอุ่นและสนุกสนาน ผ่านการนำแสดงโดยไอคอนสุดป๊อบของวัยรุ่นฉบับยุค 2000 อย่าง ดูหนังออนไลน์ Lindsay Lohan สาวน้อยบ้านไร่จาก Mean Girls (2004)   ดูหนังฟรี ถือเป็นการหวนคืนสู่จอที่น่าตื่นเต้นและน่าดีใจจริงๆ ว่าการกลับมาในครั้งนี้ของเธอจะเป็นอย่างไร

Falling For Christmas ตกหลุมรักวันคริสต์มาส

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ซึ่งมาพร้อมกับบรรยากาศของเทศกาลวันคริสต์มาส เรื่องราวของ Sierra Belmont (รับบทโดย Lindsay Lohan) หญิงสาวไฮโซผู้เป็นทายาทของธุรกิจโรงแรมชื่อดัง เธอถูกพ่อสปอยล์จนนิสัยเสีย จู่ๆ วันหนึ่งในระหว่างที่ออกไปเที่ยวกับแฟนหนุ่ม ทั้งคู่เกิดอุบัติเหตุทางสกีจนทำให้กระเด็นกันไปคนละทิศละทาง แต่แล้ว Jake Russell (รับบทโดย Chord Overstreet) หนุ่มหล่อเจ้าของบ้านพักต่างอากาศที่กำลังพานักท่องเที่ยวมามาชมวิวก็ได้เจอกับ Sierra ที่นอนหมดสติอยู่ จึงได้พาเธอไปยังโรงพยาบาล

ปรากฎว่าเมื่อเธอตื่นมาเธอดันจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้เธอจึงต้องไปพักที่บ้านพักของ Jake ด้วยระยะเวลาที่ได้ใช้ด้วยกันและอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความอบอุ่นของเทศกาลคริสต์มาส ทั้งคู่จึงเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ท้ายที่สุดแล้วเรื่องราวของทั้ง 2 จะลงเอยอย่างไร ทุกคนต้องไปรับชมด้วยตาตัวเอง

Falling For Christmas ตกหลุมรักวันคริสต์มาส

ผลงานในรอบ 9 ปี ของ ลินด์เซย์ โลแฮน

เรื่องราวของ เซียร์ร่า ทายาทโรงแรมสาวสุดสปอยล์ที่เพิ่งหมั้นหมาย เกิดอุบัติเหตุจากการไปเล่นสกีจนทำให้ความจำเสื่อม และพบว่าตัวเองอยู่ในความดูแลของเจ้าของบ้านพักสุดหล่อ อย่าง เจค และลูกสาวสุดแก่แดดของเขา ในช่วงเวลาที่คริสต์มาสกำลังจะใกล้มาถึง

ก็คงต้องบอกตรง ๆ เลยว่าหนังแสนจะคลีเช่มาก ๆ เต็มไปด้วยบรรยากาศหนังรักน้ำเน่า ๆ ที่จำเจและเชยมาก ตั้งแต่วินาทีแรกที่หนังเริ่มฉายมา ทุกอย่างดูเป็นพล็อตสำเร็จรูป ที่สัมผัสได้เลยว่าจะเป็นเรื่องราวที่รสชาติเดิมที่อร่อยและย่อยง่ายเป็นแน่แท้ โทนและจังหวะของหนังก็เหมือนกับหนังเมื่อ 10-20 ปีก่อนเป๊ะ ไม่ต่างกับหนังรักฟุ้ง ๆ ที่อิงเทศกาลแบบพวกช่อง Hallmark สร้างออกมาบ่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน

พล็อตเรื่องง่าย ๆ ตามแบบฉบับละครไทยที่คุ้นเคย สไตล์ยัยลูกคุณหนูทำอะไรไม่เป็น ประสบอุบัติเหตุจำตัวเองไม่ได้ว่าเป็นใคร จับพลัดจับผลูมาอยู่กับพระเอกรูปงาม แหม..ไม่ต้องบรรยากาศอะไรก็คิดว่าน่าจะรู้ตอนจบของหนังได้แล้วเนอะ ก็นั่นแหละ..ในเมื่อพล็อตเรื่องออกมาซิมเปิ้ลขนาดนี้ ก็ต้องพึ่งใบบุญของทีมนักแสดงเอาไว้แล้วแหละ

Falling For Christmas ตกหลุมรักวันคริสต์มาส

สารภาพจากใจของผู้เขียน ผู้ที่เคยติดตามดูผลงานของ ลินด์ซีย์ โลฮาน มาตั้งแต่เรื่องแรก ๆ ที่เธอเล่น สมัย The Parent Trap นู้นเลย ต้องยอมรับเลยว่าแม่หนูคนนี้นางเป็นคนมีของนะ การแสดงของเธอจัดได้ว่าใช้ได้ทีเดียว เพียงแต่ขาดโอกาสดี ๆ กับบทดี ๆ ในช่วงหลัง พร้อมกับจังหวะชีวิตที่ทำให้เธอต้องหลงทิศหลงทางไปสักหน่อย และเมื่อเธอได้มีโอกาสกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง นี่จึงเป็นจังหวะดี ๆ ครั้งยิ่งใหญ่

ลินด์ซีย์ โลฮาน ใน Falling for Christmas นั้น แทบจะไม่ต้องใช้พลังอะไรเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าเธออาจจะต้องปัดฝุ่นและขุดวิชา-ทักษะทางการแสดงของตัวเองออกมาใหม่แทบจะทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเธอรับมือและลื่นไหลกับหนังได้ดี แม้ว่าบทบาทกับคาแรกเตอร์ที่เธอได้รับนั้นค่อนข้างจะสูตรสำเร็จมาก ๆ เป็นบทนางเอกในรูปแบบนิยายน้ำเน่า แม้ว่าเธอจะไม่มีได้จังหวะได้ท้าทายการแสดงอะไร แต่ก็จัดได้ว่าทำได้ดีตามมาตรฐานของเธอนั่นแหละ

เต็มอิ่ม ฟิลกู๊ด

ขณะที่นักแสดงสมทบคนอื่น ๆ ก็จัดมาในรูปแบบสำเร็จรูปเช่นเดียวกัน “คอร์ด โอเวอร์สตรีท” ที่เห็นมาตั้งแต่งานแสดงเรื่องแรกจากซีรีส์ Glee มาถึงตอนนี้คาแรกเตอร์ของเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ถึงรูปลักษณ์จะแทบไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่ แต่บทของเขาก็คือพระเอกในอุดมคติในนิยายเช่นเดียวกัน หนังยังมี “จอร์จ ยัง”, “แจ็ค แวกเนอร์” และ “โอลิเวีย เปเรซ” ที่ก็เป็นเพียงตัวละครเสริมที่ไม่ได้มีชั้นเชิงใด ๆ มาทำหน้าที่แค่เป็นองค์ประกอบเสริมจริง ๆ

ว่ากันตามตรงว่าหากดูพล็อตเรื่องของ ‘Falling for Christmas’ แล้ว มันแทบจะไม่มีความใหม่อะไรเลย พล็อตลูกสาวเศรษฐีเสียนิสิยมาตกหลุมรักกับหนุ่มธรรมดาและเปลี่ยนตัวเองนี่อยู่ในหนังโรแมนติกมาหลายร้อยเรื่อง ยิ่งพล็อตตกเขาความจำเสื่อมนี่คือไม่ต้องฮอลลีวูดหรอก เอาแค่ละครไทยก็นับนิ้วกันไม่หมดแล้ว ยิ่งหนังก็มี ‘แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว’ ที่เพิ่งผ่านตากันไปทั้งออริจินัลและเวอร์ชันรีเมกโดยประเทศจีน

แต่กระนั้นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือแม้หนังไม่ได้มีอะไรน่าจดจำแต่มันก็เหมาะมากในการเปิดดูในวันที่เจออะไรแย่ ๆ หรือวันพักผ่อนที่อยากหาหนังเบา ๆ ดู มันเริ่มด้วยมุกตลกที่เราคุ้นเคยและจะขำได้ไม่ยากทั้งรูมเซอร์วิสสุดเวอร์โดยเหล่าพนักงานตัวป่วน หรือตัวละครแท็ด อินฟลูเอนเซอร์จอมเวอร์ที่ได้ จอร์จ ยัง นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษเชื้อสายเอเชียนสุดหล่อที่ถือเป็นสีสันของเรื่องอย่างแท้จริงโดยเฉพาะเรื่องราวช่วงกลางเรื่องที่หนังกำลังเข้าสู่พล็อตโรแมนติกสุดคลีเช่ก็ได้เรื่องราวการเอาตัวรอดแบบฮา ๆ ของเขาคอยปลุกคนดูให้ตื่นได้ดีเลยล่ะ

อีกจุดที่น่าจะทำให้ ‘Falling for Christmas’ เป็นตัวเลือกดี ๆ ในวันพักผ่อนก็คือข้อดีของการเป็นหนังรอมคอมที่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน และก็ต้องยอมรับว่าการที่หนังยก ลินด์เซย์ โลแฮน มาขายก็เป็นจุดเด่นของหนังจริง ๆ นั่นแหละ ด้วยบทที่ไม่ซับซ้อนและด้วยพลอตแบบลูกสาวคนรวยโดนสปอยล์ก็ไม่ได้เกิดความสามารถและเสน่ห์ของโลแฮนนัก จึงทำให้แม้เป็นหนังสตรีมมิงแต่ก็มีนักแสดงที่มีชื่อเสียงดึงคนดูให้เป็นประจักษ์พยานการคัมแบ็กครั้งนี้ของเธอที่สมศักดิ์ศรีไม่น้อย

 

หนังโรแมนซ์สำเร็จรูปทั่ว ๆ ไป

ก็จัดได้ว่าเป็นหนังโรแมนซ์สำเร็จรูปทั่ว ๆ ไป ที่อาจจะเป็นแค่หนังดูคั่นเวลาไปสักหน่อย พล็อตสุดจำเจ โครงเรื่องง่าย ๆ แต่เพราะการคัมแบ็กสู่งานแสดงอย่างจริงจังอีกครั้งของ ลินด์ซีย์ โลฮาน จึงทำให้หนังเรื่องนี้ดูอะไรเพิ่มขึ้นมาเยอะหน่อย เอาเป็นว่านี่เป็นหนังที่ไม่ได้ดีสมบูรณ์แบบอะไรเลย เป็นหนังน้ำเน่าที่ดูแล้วย่อยได้ง่าย หนังธรรมดา ๆ ที่ไม่ได้มีอะไรน่าจดจำเท่าไหร่ แต่ก็อิ่มเอมได้เพลิน ๆ ในช่วงเทศกาลนี้ และที่สำคัญไม่มีอะไรดีไปกว่าได้ฟังลินด์ซีย์ร้องเพลง Jingle Bell Rock อีกครั้ง

ตัวหนังมีความยาว 1 ชั่วโมง 35 นาที ถือว่าเวลากำลังดูได้เพลินๆ สบายๆ เปิดตัวมาด้วยบรรยากาศที่น่าตื่นเต้นและสดใสมาก เพียงแค่เริ่มต้นไม่กี่นาทีก็สัมผัสได้เลยว่าสนุกแน่นอน ภาพรวมมีไดนามิกการเล่าเรื่องที่ดีมาก จับจังหวะการเล่าอะไรได้ถูกจุด มีความฮานิดๆ ไปเรื่อยตามแบบฉบับหนังรอมคอม ผสมผสานกับเส้นเรื่องอื่นๆ ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังให้กลิ่นอายของความย้อนยุคแบบหนังรอมคอมสมัยปี 2000 ได้ด้วย จึงทำให้หนังเรื่องนี้มีเสน่ห์มาก

หลังดูจบเลยคือเฉยๆ มาก คือไม่ได้ถึงกับแย่จนดูไม่ได้แต่ก็ไม่ได้ดีจนน่าจดจำ ทุกอย่างในเรื่องมันออกมาแบบสูตรสำเร็จมากๆ คือหนังรอมคอมวันหยุดแบบเก่าๆ ที่เราเคยเห็นเลย ไม่ได้มีอะไรที่ดราม่าหรือจริงจังมากมาย

ทุกอย่างในเรื่องมันเน้นดูเอาบันเทิง ความสมจริงไม่ต้องพูดถึง เหตุการณ์ทุกอย่างในเรื่องจะลงล็อคและบังเอิญเพื่อให้เรื่องจบแบบแฮปปี้ทุกฝ่าย เนื่องจากหนังมีความแฟนตาซีคือเรื่องพรจากแซนตาคอสด้วย จึงไม่แปลกที่ทุกอย่างจะจบสวย คือเป็นหนังเบาสมองที่เอาไว้ดูแก้เบื่อได้ และหนังก็มาในธีมวันคริสต์มาสซึ่งหากใครที่ชอบเทศกาลนี้ก็น่าจะเพลิดเพลินกับหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก

ม้ว่าจะบอกว่าหนังมันสูตรสำเร็จ แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นการกลับมารับบทนำในภาพยนตร์รอมคอมครั้งแรกของ Lindsay Lohan ในรอบหลายปี ซึ่งปกติแล้วหนังเก่าๆ ที่เธอเคยแสดงไว้ก็จะเป็นแนนวประมาณนี้ เน้นดูแบบเพลินๆ ทุกอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง ซึ่งผมมองว่ามันก็เป็นเหมือนการแฟนเซอร์วิสให้กับแฟนคลับของ Lindsay ที่อยากเห็นเธอในแสดงในบทแบบนี้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ถึงทุกอย่างจะเดาได้ง่ายแต่หนังก็มีความบันเทิงและเพลิดเพลินไม่น้อย

Falling For Christmas ตกหลุมรักวันคริสต์มาส

การเล่าเรื่องก็กระชับไม่ยืดเยื้อ ตัวหนังก็สั้นๆ ดูแปปเดียวจบ ต่อมาคือด้านการแสดง ในส่วนนี้ก็ธรรมดาเช่นกัน Lindsay ยังคงแสดงได้ตามมาตรฐานเดิมของเธอ ยังคงมีเสน่ห์และดึงดูดคนดูได้ดี ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ ที่เหลือก็ถือว่าธรรมดาทั่วไปเพราะอย่างที่บอกว่าหนังมันไม่ได้จริงจังและเน้นความตลก แถมออกจะเวอร์ๆ ไปด้วยซ้ำ ดังนั้น การแสดงมันเลยไม่ต้องอะไรมากมาย นักแสดงทุกคนก็แสดงได้ปกติไม่ได้ดีเลิศแต่ก็ไม่ได้แย่

ด้านงานภาพและการโปรดักชั่น งานภาพทำออกมาได้ดีพอตัวเลย แต่ก็มีบางฉากที่ใช้ซีจีและมันลอยมากๆ แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะหนังมันไม่ได้ทุนสูงอะไรมากมาย แต่ใครที่ชอบดูแบบงานเนี๊ยบสมจริงก็อาจจะหงุดหงิดได้ ซึ่งฉากที่บอกว่าซีจีลอยก็ไม่ได้มีเยอะมากมีแค่ไม่กี่ฉากเท่านั้น ฉากที่เหลือส่วนใหญ่ก็ถือว่าทำได้ดีส่วนตัวชอบฉากที่ไปดูแข่งจัดไฟวันคริสต์มาสมาก ฉากนั้นสวยจริงๆ สวนด้านการโปรดักชั่นต่างๆ ก็อยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้งานเนี๊ยบหรือสมจริงอะไรมากมาย สรุปโดยรวมเลยคือเป็นหนังที่ดูแก้เบื่อได้ ใครที่ชอบแนวรอมคอมแบบหนังรักฟีลกู๊ดก็น่าจะถูกใจภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน

Director

Director

Cast

Similar titles

Leave a comment