What's happening?

Disenchanted มหัศจรรย์รักข้ามภพ 2

Disenchanted มหัศจรรย์รักข้ามภพ 2

Your rating: 0
9 1 vote

Synopsis

Disenchanted มหัศจรรย์รักข้ามภพ 2

ฟนหนังต้นฉบับหลายคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่กันไปแล้วด้วย สำหรับหนังรักแฟนตาซีภาคต่อของ Enchanted (มหัศจรรย์รักข้ามภพ) อย่าง ดูหนังโรแมนติก “Disenchanted” ที่ยังเป็นครึ่งคนครึ่งผีมายาวนานข้ามทศวรรษ หลังจากที่ต้นฉบับออกฉายไปตั้งแต่ปลายปี 2007

ภาค 2 ที่ต้องนาน 15 ปีเลย

15 ปีก่อน ‘Enchanted’ หนังฟรี เคยกลายเป็นตำนานภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันที่ยังคงกลิ่นอายของความเป็นดิสนีย์และยั่วล้อระหว่างโลกแฟนตาซีกับชีวิตจริงอย่างสนุกสนานโดยไม่ลืมใส่มรดกชิ้นสำคัญของหนังค่ายปราสาทพลุทั้งแอนิเมชันสองมิติอันเป็นตำนานและเรื่องราวเทพนิยายชวนฝันพร้อมข้อคิดดี ๆ ดูหนังออนไลน์ ที่ช่วยให้มนต์ขลังของดิสนีย์ยังคงทำให้ผู้ชมเคลิ้มคล้อยตามพร้อมตอนจบแบบแล้วพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และปี 2022 นี้ภาคต่ออย่าง ‘Disenchanted’ ดูหนังฟรี ที่เล่นหักอารมณ์กันตั้งแต่ชื่อเรื่องที่แปลว่า ‘มนต์เสื่อม’ ก็ชวนให้สงสัยว่าภาคต่อของหนังในดวงใจใครต่อใครคราวนี้จะน่าสนใจแค่ไหนกันเชียว

Disenchanted มหัศจรรย์รักข้ามภพ 2

หนึ่งในหนังที่ตราตรึงอยู่ในใจผู้ชมมาช่วงทศวรรษ แต่ความสุดชั่วนิจนิรันดร์มันอาจจะยังไม่ได้จบเพียงเท่านั้น เผลอ ๆ ความสุขนั้น..มันอาจจะไม่มีอยู่จริง จึงกลายมาเป็นที่มาของหนังภาคใหม่ “Disenchanted มหัศจรรย์รักข้ามภพกับเวทมนตร์อลเวง” ที่กลับมาสานต่อเรื่องราวในจักรวาลเดิม ท่ามกลางไทม์ไลน์ที่ไหลไปตามเวลา พร้อมด้วยทีมนักแสดงชุดเดิมที่กลับมาแบบอัดแน่น ร่วมด้วยบทเพลงอันเป็นเอกลักษณ์

Disenchanted มหัศจรรย์รักข้ามภพ 2

เรื่องราวจะต่อเนื่องจาก ‘Enchanted’ เมื่อ จีเซล (รับบทโดย เอมี่ อดัมส์ Amy Adams) เจ้าหญิงแห่งแอนดาเลเชีย ตัดสินใจอยู่กินกับ โรเบิร์ต (รับบทโดย แพทริก เดมป์ซีย์ Patrick Dempsey) ทนายหนุ่มธรรมดาและสร้างครอบครัวจนได้สมาชิกใหม่ และเมื่อรู้สึกว่านิวยอร์กไม่ตอบโจทย์พวกเขาเลยย้ายไปอยู่เมืองใหม่ชื่อ มอนโรวิลล์ ในปราสาทซอมซ่อ แต่ด้วยฮอร์โมนวัยรุ่นว้าวุ่นใจของ มอร์แกน (รับบทโดย กาเบรียล บัลดัคชิโน Gabriella Baldacchino) ที่ดูวีนเหวี่ยงไปทุกสิ่งอย่าง

จนกระทั่งจีเซลได้รับคฑาประทานพรจากสหายอย่าง เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด (รับบทโดย เจมส์ มาร์สเดน James Marsden) และ เจ้าหญิงแนนซี่ (รับบทโดย อีดีนา เมนเซล Idina Menzel) และด้วยความมักง่ายของจีเซล เธอก็ได้เปลี่ยนทุกอย่างในมอนโรวิลล์ให้กลายเป็นเทพนิยาย ซึ่งทำให้จีเซลเปลี่ยนไปเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายไม่รู้ตัวและยังทำให้แอนดาเลเชียใกล้สูญสลายไปในพริบตา งานนี้จีเซลต้องถอนคำขอพรก่อนเที่ยงคืนที่คำอธิษฐานจะคงอยู่อย่างถาวร

Disenchanted มหัศจรรย์รักข้ามภพ 2

เรื่องราวหลังจาก 10 ปีให้หลังจากความสุขชั่วนิจนิรันดร์ของ จีเซล ที่ได้ครองคู่กับ โรเบิร์ต และดูแลลูกสาว มอร์แกน จนเติบใหญ่ขึ้นเป็นวัยรุ่น แต่เธอกลับพบว่ามันยังไม่ใช่ความสุขในแบบที่เธอต้องหาร เธอจึงได้ย้ายออกไปอยู่หมู่บ้านแถบชานเมืองที่ชื่อว่า มอนโรวิลล์ ที่มีผู้นำชุมชนรสนิยมเริ่ด อย่าง มัลวินา มอนโร ผู้ซึ่งตั้งตนเป็นปรปักษ์กับเธอ

แต่ความสุขที่สมูบรณ์แบบดั่งเทพนิยายในอุดมคติของจีเซลได้ถูกสั่นคลอน เมื่อได้ใช้เวทมนตร์จากอาณาจักรแอนดาเลเซียที่กำลังทำให้สถานการณ์ตกอยู่ในอันตราย เช่นเดียวกับครอบครัวที่เธอรักและหวงแหนก็กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เธอจึงต้องหาวิธีช่วยยับยั้งภัยคุกคามนี้ก่อนที่จะสายเกินไป

และนี่คือการต่อเติมและเติมเต็มจากโลกเทพนิยายต้นฉบับที่ห่างเหินมากว่า 10 ปี ความทรงจำเดิม ๆ เริ่มทำงานกลับมาอีกครั้งนับตั้งแต่นาทีแรกของหนังเรื่องนี้ที่เริ่มต้นขึ้น เพราะ Disenchanted ยังคงเริ่มเล่าเรื่องราวด้วยเอกลักษณ์ดั้งเดิม ด้วยการจุดประกายจากการเป็นหนังแอนิเมชั่นก่อน แล้วจึงค่อยนำมาสู่เรื่องราวในฉบับคนแสดง เป็นการเคารพเสน่ห์ของต้นฉบับโดยแท้

เพลงเพราะเหมือนเดิม

ในภาคนี้ได้ผู้กำกับที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวพ่อแห่งวงการมิวสิคัล อย่าง “อดัม แชงก์แมน” (จากซีรีส์ Glee และหนัง Hairspray) มาดูแล เรียกได้ว่าน่าจะไว้วางใจเขาได้เลย กับหนังตลกแฟนตาซีที่มีองค์ประกอบของความเพ้อฝันและล้ำเลิศด้านจินตนาการ ที่ควบคู่กับท่วงทำนองบทเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ ทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องวิสัยทัศน์ของเขาในการใส่เข้ามาในหนังเรื่องนี้

สิ่งที่ทำให้ ‘Disenchanted’ ดูมนต์ขลังเสื่อมลงตามชื่อเรื่องจริง ๆ คงหนีไม่พ้นบทภาพยนตร์ที่ดูสับสนไปหมด เริ่มจากจีเซล ที่ปรับตัวกับชีวิตในโลกความเป็นจริงไม่ได้จนต้องย้ายที่อยู่ และมอร์แกนไม่พอใจที่ต้องออกจากโรงเรียนเดิมและเผชิญการเปลี่ยนแปลงแบบวัยรุ่นที่เริ่มไม่อินกับเทพนิยาย ซึ่งบอกตามตรงว่าหากหนังเดินไปสู่การที่จีเซลเริ่มทำความเข้าใจกับโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่ได้ดั่งใจไปเสียทุกอย่าง คงทำให้หนังเดินเรื่องได้มีทิศทางมากกว่านี้

ประกอบกับการเปลี่ยนตัวผู้กำกับจาก เควิน ลิมา (Kevin Lima) ในภาคแรกมาเป็น อดัม แชงก์แมน (Adam Shankman) ที่ผ่านมาทั้งซีรีส์มิวสิคัลอย่าง Glee และ หนังดัดแปลงจากมิวสิคัลบรอดเวย์อย่าง ‘Hairspray’ แต่สิ่งที่แชงก์แมนยังไม่เข้าใจคือการปรุงมนต์แบบดิสนีย์ในงานภาพและการแสดง จนผลลัพธ์คือคนดูต้องอดทนกับแอ็กติ้งเหมือนเจ้าหญิงเมาน้ำกระท่อมของจีเซล และตัวแสบไฮสคูลขี้เหวี่ยงอย่างมอร์แกน ซึ่งเอาให้แฟร์จริง ๆ ก็เริ่มที่บทหนังมันแย่มาตั้งแต่ต้นนี่แหละทำให้ตัวละครที่คนดูเคยรักมากจากภาคแรกกลายเป็นน่ารำคาญไปเสียหมด รวมถึงแอ็กติ้งที่ดูเป็นหนังทีวีมาก ๆ ผิดกับภาคแรกโดยสิ้นเชิงด้วย

Disenchanted มหัศจรรย์รักข้ามภพ 2

แต่ที่ถือว่าเลวร้ายสุด ๆ คงหนีไม่พ้นปมตัวละครที่หนังที่ละเลยไปในบทสรุปแบบเทพนิยายทั้งที่หนังอุตส่าห์ปูมาดีแต่ต้นดังที่เราบอกไป จนหนังออกมาดูเหมือนคนเป็นไบโพลาร์มาทำ ต้นเรื่องอย่างนึง กลางเรื่องไปอีกอย่างและจบลงด้วยท่าบังคับแบบ ‘แล้วพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร’ จนต้องยอมรับว่าการจะเข็นตัวเองให้ดูหนังจนจบกลายเป็นความทรมานอย่างไม่น่าเชื่อได้เลย

ส่วนการกลับมารับบทจีเซลของเอมี่ อดัมส์ บอกตามตรงว่าเธอไม่อาจทำให้เราหลงรักกับตัวละครของเธอได้อีกแล้วครับ เพราะพอบทหนังไม่ส่งเสริมเหมือนเคยคนดูไม่อาจเอาใจไปช่วยให้ตัวละครแก้คำอธิษฐานสำเร็จได้อีกแล้ว ประกอบกับคาแรกเตอร์ของมอร์แกนที่เปลี่ยนไป แม้จะได้ กาเบรียล บัลดัคชิโน ที่หน้าตาดีแค่ไหนแต่ความไร้เดียงสาที่คนดูเคยหลงรักในตัวมอร์แกนหายเกลี้ยงเหลือแค่วัยรุ่นขี้วีนไร้เหตุผลไปอย่างน่าเสียดาย

ยังดีที่ เจมส์ มาร์สเดน, แพทริก เดมป์ซีย์ และ อีดีนา เมนเซล ยังสามารถโฮลด์ตัวละครของพวกเขาไว้ได้และสร้างสีสันให้หนังไม่น่าเบื่อจนเกินไป

ถึงแม้ว่าบทหนังภาคต่อ Disenchanted จะค่อนข้างขาดเสน่ห์ไปแบบเทียบกับภาคแรกไม่ได้ เพราะถูกทดแทนเข้าไปด้วยลูกเล่นและสูตรสำเร็จจำเจเดิม ๆ สไตล์หนังพร่ำเพ้อเทพนิยายของดิสนีย์ เป็นภาคเสริมเรื่องราวที่ไม่ได้มีอะไรที่หนักแน่นและโครงเรื่องที่แข็งแรงอะไรเท่าไหร่ เกือบจะเป็นลิเกในโรงละครที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี แม้ว่าอินเนอร์ของหนังจะมีพัฒนาการที่เติบโตขึ้นบ้าง แต่กลับยังไม่เข้มข้นจัดจ้านอย่างที่ควรจะเป็นสักเท่าไหร่

สายมิวสิคัลไม่ควรพลาด

หากคุณเป็นเป็นสายมิวสิคัลและเฝ้ารอฟังท่วงทำนองเพลงประกอบในหนังเรื่องนี้ คิดว่าไม่น่าจะผิดหวัง เพราะในภาคต่อภาคนี้ได้ใส่เพลงเข้ามาได้อย่างจัดเต็ม โดยบทเพลงต่าง ๆ ยังคงหยิบเอากลิ่นอายดั้งเดิมของหนังภาคแรกมาดัดแปลงใช้อยู่ในหลายส่วน ผสมผสานเข้ากับเพลงใหม่สไตล์ดิสนีย์ที่คุ้นเคย ที่ยังจรรโลงใจไม่ว่าจะฟังเวอร์ชั่นออริจินัลและเสียงพากย์ไทย สำนานการเพลงเนื้อทำนองเพลงยังต้องยกนิ้วให้อยู่

เนื่องจาก Disenchanted จะมีเรื่องราวที่เติบโตขึ้นแล้ว ตัวละครของหนังก็ยังเติบโตขึ้นด้วย ทั้งวุฒิภาวะและวัยวุฒิของตัวละคร โชคดีที่เรายังได้เห็น “เอมี่ อดัมส์” กับ “แพทริค เดมป์ซีย์” กลับมารับเดิมของพวกเขาอีกครั้ง แม้จะเห็นได้ชัดเลยว่ารูปลักษณ์ของพวกเขาก็ได้โรยร่วงไปตามกาลเวลา มีอายุขึ้น และมีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น แต่การแสดงของพวกเขาก็ยังน่าหลงใหล และมอบความเป็นมืออาชีพให้กับคาแรกเตอร์ได้ดี ในหนังที่บทยังค่อนข้างเปราะบาง

และเราก็ยังได้เห็นหนูน้อย “แกเบรียล่า บัลแดชชิโน” กลับมาเป็นลูกสาวอีกครั้ง ด้วยบทที่เติบใหญ่ขึ้น ถึงบทของเธอจะค่อนข้างซ้ำซากและดูไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าไหร่ แต่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบที่ชวนคิดถึงและเป็นอีกสีสันให้กับเรื่องนี้ เช่นเดียวกับ “เจมส์ มาร์สเดน” กับ “เอดินา เมนเซล” ที่ยังมาปรากฏตัวอีกครั้ง ที่พวกเขายังคงเหมือนเดิม (แค่กาลเวลาผ่านไปเท่านั้น) ทุก ๆ คาแรกเตอร์ดั้งเดิมยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่เราต่างคิดถึง

ขณะที่ตัวละครใหม่ที่เข้ามาสมทบความสนุก นำโดย “มายา รูดอล์ฟ” เธอคนนี้ไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะจ้างแค่ร้อย เธอก็เล่นให้ล้านเสมอ ๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะขอบเขตความยิ่งใหญ่บทที่เธอได้รับใน Disenchanted ทำให้เธอสามารถตีโจทย์ในบทของตัวเองได้อย่างบันเทิง ยังรวมไปถึงอีก 2 สาวลิ่วลอ “เยฟตี้ นิโคล บราวน์” กับ “เจย์มา เมส์” ที่เป็นตัวขโมยซีนได้ดีเหมือนกัน

Disenchanted มหัศจรรย์รักข้ามภพ 2

เอาเป็นว่านี่เป็นระยะเวลา 15 ปีที่เราต่างเฝ้ารอคอยการกลับมาของจักรวาลเทพนิยายที่คุ้นเคย ถึงแม้ว่าในภาคนี้นั้นเสน่ห์แบบเดิม ๆ ของต้นฉบับจะร่วงโรยหายไปค่อนข้างเยอะ แต่ก็ได้วิวัฒนาการและการเติบโตของบทบาทตัวละครต่าง ๆ มาช่วยอุดรอยรั่วเอาไว้ (ถึงจะอุดไม่ดีอะไรเท่าไหร่) และหนังก็ยังจัดเต็มสุด ๆ ในการล้อเลียนตัวเองกับโลกเทพนิยายสุดเพ้อฝันของตัวเอง การแสดงและมิวสิคัลของหนังก็ยังใส่เข้ามาแบบได้จังหวะเช่นเคย

อาจจะยังไม่ได้สมบูรณ์แบบได้เทียบเท่ากับ Enchanted เคยทำเอาไว้ในปี 2007 ความหลุ่มหลงแบบดั้งเดิมเจือจางไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ถูกใส่องค์ประกอบของละครโรงใหญ่เข้ามาแทบ กับโปรดักชั่นที่ปังขึ้นตามทุนที่หนามากยิ่งขึ้น แต่กระนั้นหนังก็ยังรู้จักตัวเอง และรู้ว่าแฟนหนังต้องเห็นอะไร ถึงเสน่ห์อันน่าจดจำของหนังอาจจะหายไป

แต่บรรยากาศเดิม ๆ ก็ยังพอทำให้เรา..ถวิลหาถึงความหลังอยู่ได้บ้าง หนังก็ยังคงมีจุดดีอีกหนึ่งจุดที่เราจะมองข้ามไม่ได้นั่นคือเพลงในหนังที่คราวนี้ อลัน เมนเคน (Alan Menken) ผู้เนรมิตรเพลงสุดฮิตให้แอนิเมชันดิสนีย์มารังสรรค์เพลงสไตล์บรอดเวย์มิวสิคัลแบบดิสนี้ ดิสนีย์ให้หนัง ซึ่งบอกตามตรงว่าพอองค์ประกอบอื่น ๆ ดูบ้งไปหมด งานเพลงเลยกลายเป็นตัวชูโรงที่ทำให้หนังไม่ได้แย่เกินไปนัก

Director

Director

Cast

Similar titles

The Pig King (2020) อภินิหารเทพเจ้าวานร
Still Out of My League (2021) รักสุดเอื้อม 2
Sierra Burgess Is a Loser (2018) เซียร์รา เบอร์เจสส์ แกล้งป๊อปไว้หารัก
I Feel Pretty ( ฉันสวย ฉันมั่น ฉันคิดบวก )
Knocked Up (2007) ป่องปุ๊ป ป่วนปั๊ป
Waiting For Rain (2021) รักเตาะแตะ และ ฝนเปาะแปะ
Casablanca (1942) คาซาบลังกา
Volcano High (2001) ศึกป่วนฟ้า โรงเรียนมหาเวทย์
Under the Riccione Sun (2020) วางหัวใจใต้แสงตะวัน
Before Midnight (2013) บทสรุปแห่งเวลาก่อนเที่ยงคืน
The Perfect Man (2005) อลเวงสาวมั่น ปั้นยอดชายให้แม่
Hell Girl (Jigoku Shojo) สัญญามรณะ ธิดาอเวจี Live Action

Leave a comment